เรื่องควรรู้เกี่ยวกับแท่งปาดสี RDS Coating Rods
- Jun 2, 2023
- 2 min read
Updated: Jul 23

คู่มือครบจบเกี่ยวกับ RDS Coating Rod (Bar Coater) สำหรับงานเคลือบสี หมึก และสารเคลือบ
การควบคุมความหนาของฟิล์มเคลือบ (Coating Film Thickness) ให้มีความสม่ำเสมอ เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของผลการทดสอบในงานวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงงานควบคุมคุณภาพ (QC) ของอุตสาหกรรมสี หมึกพิมพ์ กาว และสารเคลือบทุกประเภท
หนึ่งในอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายสำหรับการเคลือบฟิล์ม คือ แท่งปาดสี Bar Coater หรือ Coating Rod ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานง่าย ให้ผลการเคลือบที่สม่ำเสมอ และมีต้นทุนต่ำกว่าเครื่องเคลือบฟิล์มอัตโนมัติ (Automatic Film Applicator)
แต่เหตุใด Bar Coater จึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง? ควรเลือกใช้งานแบบใด? อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้อุปกรณ์เสื่อมสภาพก่อนกำหนด? และควรดูแลรักษาอย่างไรเพื่อยืดอายุการใช้งาน?
บทความนี้รวบรวมทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ RDS Coating Rod (Bar Coater) ไว้ในที่เดียว
Bar Coater (Coating Rod) คืออะไร?
Bar Coater หรือ Coating Rod เป็นอุปกรณ์สำหรับปาดสารเคลือบให้กระจายตัวบนพื้นผิววัสดุทดสอบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้ฟิล์มเคลือบที่มีความหนาตามต้องการ สามารถใช้งานได้กับวัสดุหลากหลายประเภท เช่น
กระดาษ
ฟิล์มพลาสติก
PET Film
กระจก
แผ่นโลหะ
อะลูมิเนียมฟอยล์
วัสดุคอมโพสิต
จึงเหมาะสำหรับการทดสอบผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น สีและสารเคลือบ (Paint & Coatings) หมึกพิมพ์ (Printing Ink) กาว (Adhesives) วานิช (Varnish) รวมถึงสารเคลือบชนิดพิเศษ (Functional Coatings)
ทำไม RDS Coating Rod จึงได้รับความนิยม?
เมื่อเปรียบเทียบกับการเคลือบด้วยวิธีอื่น ๆ RDS Coating Rod มีข้อดีหลายประการ ได้แก่
ให้ความแม่นยำและความสม่ำเสมอของฟิล์มเคลือบ
รองรับการทดสอบในช่วงความเร็วที่หลากหลาย
ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
มีต้นทุนการลงทุนและการบำรุงรักษาที่ต่ำ
ด้วยเหตุนี้ RDS Coating Rod จึงได้รับความไว้วางใจจากห้องปฏิบัติการและผู้ผลิตสีทั่วโลก
5 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ RDS Coating Rod (Bar Coater)
1. Bar Coater มีประโยชน์อย่างไร?
RDS Coating Rod ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างฟิล์มเคลือบที่มีความหนาสม่ำเสมอ ช่วยลดความคลาดเคลื่อนของผลการทดสอบ และเพิ่มความสามารถในการทำซ้ำผลการทดลอง (Repeatability)
จึงเหมาะสำหรับงานควบคุมคุณภาพ (QC) งานวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของสี หมึก และสารเคลือบชนิดต่าง ๆ
2. ควรใช้ความเร็วเท่าไรในการใช้งาน?
โดยทั่วไป ความเร็วประมาณ 25–50 รอบต่อนาที (rpm) ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ความเร็วที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันตามชนิดของสารเคลือบ ความหนืด และคุณภาพของผิวเคลือบที่ต้องการ ผู้ใช้งานควรทดลองปรับความเร็วเพื่อหาค่าที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง
3. Diameter ของ Bar Coater มีผลต่อความหนาของฟิล์มหรือไม่?
หลายคนเข้าใจผิดว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของตัว Rod เป็นตัวกำหนดความหนาของฟิล์ม แต่ในความเป็นจริง Diameter ไม่มีผลต่อความหนาของฟิล์มเคลือบ
ความหนาของฟิล์มจะถูกกำหนดโดย
ขนาดของลวด (Wire Size)
ขนาดของร่อง (Groove Size)
ดังนั้น การเลือก Coating Rod ควรอ้างอิงจากขนาดลวดหรือร่อง มากกว่าการเลือกจากเส้นผ่านศูนย์กลางของแกน
4. อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ Bar Coater เสื่อมสภาพก่อนกำหนด?
อายุการใช้งานของ Coating Rod ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความสามารถในการก่อให้เกิดการสึกกร่อนของสารเคลือบและพื้นผิววัสดุทดสอบ ความแข็งของตัว Rod และการดูแลรักษา
เมื่อใช้งานเป็นเวลานาน ผิวของ Rod อาจสึกกร่อนจากการเสียดสี หรือร่องของ Rod อาจอุดตันจากสารเคลือบที่แห้งหรือสิ่งปนเปื้อน ซึ่งส่งผลต่อความสม่ำเสมอของฟิล์มเคลือบ
หากเกิดการสึกกร่อน อาจพิจารณาการชุบโครเมียมเพื่อยืดอายุการใช้งาน ส่วนกรณีร่องอุดตัน ควรเลือกใช้ Coating Rod ที่เหมาะกับชนิดของสารเคลือบ และตรวจสอบแรงกดระหว่าง Rod กับลูกกลิ้งด้านหลัง (หากมี) อย่างสม่ำเสมอ
5. ทำไมจึงเกิดเส้นริ้วบนผิวเคลือบ?
เส้นริ้วบนผิวเคลือบ (Streaks) มักเกิดจากสารเคลือบที่แห้งหรือสิ่งปนเปื้อนอุดตันภายในร่องของ Coating Rod ทำให้การกระจายตัวของสารเคลือบไม่สม่ำเสมอ
สามารถป้องกันได้โดย
กรองสารเคลือบด้วยตัวกรองที่มีความละเอียดเหมาะสมก่อนใช้งาน
ทำความสะอาด Coating Rod ทุกครั้งหลังใช้งาน
หลีกเลี่ยงการปล่อยให้สารเคลือบแห้งติดบนแกน
ตรวจสอบสภาพของ Rod เป็นประจำก่อนเริ่มการทดสอบ
RDS Coating Rod มีกี่ประเภท?
RDS ผลิต Coating Rod หลายประเภทเพื่อรองรับการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยแต่ละรุ่นมีจุดเด่นเฉพาะ ดังนี้
Wire Wound Rod ⭐ รุ่นยอดนิยม
Wire Wound Rod เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในห้องปฏิบัติการทั่วโลก เนื่องจากใช้งานง่าย ให้ความหนาของฟิล์มสม่ำเสมอ และมีขนาดให้เลือกหลากหลาย เหมาะสำหรับงาน QC และ R&D ในอุตสาหกรรมสี หมึก และสารเคลือบ
Formed Rod
ผลิตโดยการขึ้นรูปเป็นร่องบนแกนโดยตรง ช่วยลดการอุดตัน ทำความสะอาดง่าย และมีอายุการใช้งานยาวนาน เหมาะกับการใช้งานต่อเนื่อง
Smooth Rod
เป็นแท่งปาดผิวเรียบที่ไม่มีลวดพันรอบแกน เหมาะสำหรับงานเกลี่ยผิวหรือการใช้งานเฉพาะด้านที่ไม่ต้องการควบคุมความหนาด้วยลวด
Gapped Rod
ออกแบบให้มีระยะห่างของลวดมากกว่ารุ่นมาตรฐาน ช่วยให้สารเคลือบที่มีความหนืดสูงหรือมีอนุภาคขนาดใหญ่ไหลผ่านได้ดี ลดโอกาสการอุดตันระหว่างการเคลือบ
Double Wound Rod
ใช้ลวดพันสองชั้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรง รองรับสารเคลือบที่มีความหนืดสูง และช่วยลดการสึกหรอจากการใช้งาน
วิธีเลือกซื้อ Bar Coater ให้เหมาะกับงาน
การเลือก Bar Coater ที่เหมาะสมจะช่วยให้ได้ผลการทดสอบที่แม่นยำและลดปัญหาระหว่างการใช้งาน โดยควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้
1. ความหนาของฟิล์มที่ต้องการ
เลือกหมายเลข Coating Rod ให้สอดคล้องกับความหนาของฟิล์มเปียก (Wet Film Thickness) ที่ต้องการ โดยอ้างอิงจากตารางของผู้ผลิต
2. ชนิดของสารเคลือบ
ความหนืด ขนาดอนุภาค และปริมาณของแข็ง (% Solids) มีผลต่อการเลือกประเภทของ Coating Rod หากเป็นสารเคลือบที่มีความหนืดสูง ควรเลือก Rod ที่ออกแบบมาเพื่อลดการอุดตัน เช่น Gapped Rod หรือ Double Wound Rod
3. ประเภทของ Coating Rod
หากเป็นการใช้งานทั่วไป Wire Wound Rod ถือเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด แต่หากเป็นงานเฉพาะด้าน ควรเลือกประเภทของ Rod ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน
4. วัสดุและความทนทาน
เลือก Coating Rod ที่ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง เพื่อให้สามารถทนต่อการเสียดสีและมีอายุการใช้งานยาวนาน
5. การบำรุงรักษา
การทำความสะอาด Coating Rod อย่างถูกวิธีหลังการใช้งานทุกครั้ง จะช่วยรักษาคุณภาพของฟิล์มเคลือบและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์
สรุป
RDS Coating Rod (Bar Coater) เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยสร้างฟิล์มเคลือบที่มีความหนาสม่ำเสมอ ให้ผลการทดสอบที่แม่นยำ และใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ทั้งในงานควบคุมคุณภาพ (QC) และงานวิจัยและพัฒนา (R&D)
สำหรับผู้ใช้งานส่วนใหญ่ Wire Wound Rod ถือเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากใช้งานง่าย ให้ผลการเคลือบที่สม่ำเสมอ และรองรับการใช้งานได้หลากหลาย อย่างไรก็ตาม การเลือก Coating Rod ควรพิจารณาความหนาของฟิล์ม ชนิดของสารเคลือบ และลักษณะการใช้งานร่วมกัน เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและผลการทดสอบที่เชื่อถือได้

หากท่านสนใจในสินค้า RDS Coating Rod / Bar Coater สามารถติดต่อได้ที่ H.J.Unkel (Thai) Limited
บริษัทฯ ยินดีอย่างยิ่งที่จะให้บริการทุกท่านด้วยความเชี่ยวชาญในสินค้าและงานบริการกว่า 50 ปี
.png)



Comments