top of page

ทำความรู้จัก Gloss: ค่าความเงาสำคัญอย่างไร และทำไมต้องวัด?

2 days ago
2 min read

Updated: 10 hours ago

gloss

หากลองสังเกตสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์เงาวับ สมาร์ทโฟนดีไซน์พรีเมียม หรือแม้กระทั่งของเล่นเด็ก ชิ้นงานที่มี "ความเงางาม" มักจะดึงดูดสายตาและให้ความรู้สึกหรูหรามีราคามากกว่าเสมอ !!


งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า มนุษย์เรามีความชื่นชอบความเงางามโดยสัญชาตญาณ ทำให้ความเงาไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าโดยตรง


ด้วยเหตุนี้ ในอุตสาหกรรมการผลิต การควบคุมค่าความเงาจึงเป็นหัวใจสำคัญของโปรแกรมประกันคุณภาพและควบคุมคุณภาพ (QA/QC)





ค่า Gloss (ค่าความเงา) คืออะไร ?

Gloss (ค่าความเงา) คือ คุณสมบัติทางออปติกที่บ่งบอกถึงความสามารถของพื้นผิวในการสะท้อนแสง (Reflectance) หรือ ความเงาวาวของวัตถุที่ปรากฏให้เห็น


การสะท้อนแสง (Reflectance) คือ การวัดปริมาณแสงที่ตรวจจับได้ เปรียบเทียบกับปริมาณแสงที่ปล่อยออกมา โดยแสดงค่าเป็นเปอร์เซ็นต์ แสงบางส่วนจะถูกดูดซับเข้าไปในชั้นฟิล์มสีหรือสิ่งเคลือบผิว ในขณะที่แสงส่วนที่เหลือจะสะท้อนออกมา ซึ่งปริมาณแสงที่สะท้อนออกมานี้จะถูกนำมาใช้คำนวณหาค่าความเงา (Gloss)



gloss

โดยเครื่องวัดความเงาบางรุ่น เช่น เครื่องวัดความเงา PosiTector GLS สามารถแสดงผลได้ทั้งหน่วยความเงา (Gloss Units - GU) และเปอร์เซ็นต์การสะท้อนแสง (% Reflectance)



ความเรียบของพื้นผิว และค่า Gloss

พื้นผิวที่เรียบสนิท

แสงจะสะท้อนออกไปด้วยมุมที่เท่ากับมุมตกกระทบ (Specular Reflection) จะทำให้ค่า Gloss ที่วัดได้มีค่าสูง หรือปรากฏเป็นพื้นผิวที่มีความเงาสูง (High Gloss)


พื้นผิวที่ขรุขระ

แสงจะสะท้อนออกไปอย่างกระจัดกระจายไปในทิศทางต่างๆ (Diffuse reflection) ทำให้ค่า Gloss ที่วัดได้มีค่าต่ำ หรือปรากฏเป็นพื้นผิวที่มีความด้าน (Matte)


gloss



ประโยชน์การวัดค่า Gloss (ค่าความเงา)

การวัดค่า Gloss ในระหว่างกระบวนการผลิต มีประโยชน์หลักๆ ดังนี้:


  1. เปลี่ยน "ความรู้สึก" ให้เป็น "ตัวเลข": 

    ตัดปัญหาข้อผิดพลาดจากการประเมินด้วยสายตามนุษย์ ที่แต่ละคนอาจมองเห็นไม่เหมือนกัน ให้กลายเป็นค่าตัวเลขมาตรฐาน Gloss Units (GU) หรือ % Reflectance ที่แม่นยำและนำไปใช้อ้างอิงได้จริง


  2. รักษาความสม่ำเสมอของชิ้นงานทุกชิ้น: 

    ช่วยควบคุมให้ชิ้นงานทุกล็อตผลิต มีระดับความเงาที่เท่ากันเป๊ะ ไม่เกิดปัญหาชิ้นส่วนสีดรอปหรือเงาไม่เท่ากันเมื่อนำมาประกอบรวมกัน


  3. ตรวจจับปัญหาในสายการผลิตได้ทันที: 

    ค่า Gloss ที่ผิดปกติมักเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าของปัญหาในกระบวนการ เช่น ฟิล์มสีหนาแน่นไม่เท่ากัน การผสมเคมีผิดสูตร หรืออุณหภูมิในตู้อบไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ทีมผลิตแก้ปัญหาได้ทันท่วงทีก่อนส่งมอบงาน




ค่า Haze (ค่าความขุ่น) คืออะไร ?

Haze (ค่าความขุ่น) คือ คือลักษณะของวงแสงสีขาวนวลแบบนม (Milky halo) หรือรอยฝ้าที่ปรากฏบนพื้นผิวสะท้อนแสง ซึ่งเกิดจากความไม่สมบูรณ์ระดับจุลภาคบนพื้นผิวของสิ่งเคลือบ การสะท้อนบนพื้นผิวที่มีความเงาสูงควรจะมีความคมชัด แต่ความไม่สมบูรณ์ของพื้นผิวจะทำให้แสงเกิดการกระจัดกระจาย ส่งผลให้มองเห็นเป็นลักษณะมัวหรือเกิดฝ้าขึ้น


gloss


เครื่องวัดค่า Gloss & Haze (ค่าความเงาและค่าความขุ่น)

ค่า Gloss, % Reflectance และ Haze สามารถวัดได้ด้วยเครื่องวัดความเงาดิจิทัล เช่น PosiTector GLS 


ตัวเครื่องจะใช้แหล่งกำเนิดแสงที่ผ่านการเทียบมาตรฐาน (Calibrated light source) ร่วมกับเซ็นเซอร์ตรวจรับแสงที่ตั้งอยู่ในมุมสะท้อนตรงกันข้าม


ค่า % Reflectance จะคำนวณจากการเปรียบเทียบปริมาณแสงที่ส่งออกไป กับปริมาณแสงที่ได้รับกลับมา จากนั้นตัวเครื่องจะนำค่าที่ได้มาคำนวณเป็นค่าความเงา (Gloss) ให้โดยอัตโนมัติ


การวัดค่าความเงาจะมีมุมในการวัด (Measurement geometries) ตั้งแต่หนึ่งมุมขึ้นไป เช่น 20°, 60°, 85° หรือใช้มุมวัดเหล่านี้ร่วมกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานหรือระดับความเงาของวัตถุ


gloss


เครื่องวัดความเงา PosiTector GLS มีให้เลือก 3 รุ่น ตามลักษณะการใช้งาน:


  1. PosiTector GLS 60°:

    เหมาะสำหรับการวัดงานความเงาทั่วไป และเป็นมุมที่แนะนำสำหรับพื้นผิวกึ่งเงา (Semi-gloss)


  1. PosiTector GLS 20°/60°:

    สำหรับวัดพื้นผิวที่มีความเงาสูง (High-gloss) ไปจนถึงกึ่งเงา (Semi-gloss) พร้อมความสามารถในการคำนวณค่าดรรชนีฝ้า (Haze Index)


  2. PosiTector GLS 20°/60°/85°: รองรับการวัดครอบคลุมทุกระดับ ทั้งความเงาสูง กึ่งเงา และความด้าน (Matte) พร้อมคำนวณค่าดรรชนีฝ้า (Haze Index) ได้ในเครื่องเดียว


gloss


วิธีเลือกมุมวัดความเงา (Gloss Geometry) ให้ถูกต้องตามลักษณะการใช้งาน

การเลือกมุมวัดความเงาที่เหมาะสมสำหรับงานแต่ละประเภท โดยทั่วไปจะเริ่มต้นวัดที่มุม 60° ก่อนเสมอ จากนั้นให้พิจารณาค่าที่อ่านได้เพื่อเลือกมุมวัดที่ถูกต้องที่สุด ดังนี้:


  1. ค่าความเงาสูงกว่า 70 GU (High-gloss): 

    ควรเปลี่ยนไปใช้วัดที่มุม 20° งานที่มีความเงาสูงประเภทนี้มักพบได้ในงานพ่นสีรถยนต์และผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป


  2. ค่าความเงาต่ำกว่า 10 GU (Matte): 

    ควรเปลี่ยนไปใช้วัดที่มุม 85° พื้นผิวแบบด้านประเภทนี้มักพบได้ในงานสิ่งทอ งานหนัง


  3. ค่าความเงาอยู่ระหว่าง 10 ถึง 70 GU (Semi-gloss): 

    ถือเป็นระดับกึ่งเงา และให้ใช้วัดที่มุม 60° ต่อไปได้ตามปกติ



ขั้นตอนการใช้งาน PosiTector GLS

  1. ทำความสะอาดแผ่นมาตรฐาน (Calibration Tile):

    เช็ดทำความสะอาดแผ่นมาตรฐานที่ฐานด้วยแผ่นเช็ดทำความสะอาดที่แถมมาในชุด เมื่อเห็นคราบสกปรก


    gloss


  1. เปิดเครื่องและทำการปรับแต่งอัตโนมัติ:

    ติดตั้งแผ่นฐานรองป้องกันเข้ากับหัววัดให้แน่น เมื่อเปิดเครื่อง (โดยเปิดฟังก์ชั่น Power-On Cal) เครื่องจะทำการตรวจสอบและปรับเทียบมาตรฐานตัวเองอัตโนมัติกับแผ่นมาตรฐานที่ฐาน (มีใบ Certificate Certificate แถมมาให้ทั้งตัวหัววัดและแผ่นมาตรฐาน)

gloss



  1. เริ่มทำการวัดค่า:

    ถอดแผ่นฐานรองป้องกันออก วางหัววัดลงบนพื้นผิวเรียบและแข็งที่ต้องการทดสอบ จากนั้นกดปุ่มวัดค่า เครื่องจะส่งเสียงปี๊บ 2 ครั้งและแสดงผลการวัดบนหน้าจอทันที

gloss


จุดเด่นและฟีเจอร์ของ PosiTector GLS

  • โหมดการวัดหลากหลาย:

    • HiLo Mode: สำหรับการตรวจเช็กอย่างรวดเร็ว หรือเช็กผ่าน/ไม่ผ่าน (Pass/Fail)

    • Differential Mode: คำนวณผลต่างระหว่างค่าที่วัดได้กับค่าอ้างอิงที่บันทึกไว้ (เฉพาะรุ่น Advanced)

    • Normal Scan Mode: วัดและบันทึกข้อมูลได้สูงสุด 120 ค่าต่อนาที (เฉพาะรุ่น Advanced)

    • Statistics Scan Mode: วัดค่าต่อเนื่องและแสดงสถิติแบบ Real-time พร้อมบันทึกข้อมูล (เฉพาะรุ่น Advanced)


  • ระบบเปลี่ยนหัววัดได้ (PosiTector Platform): สามารถนำตัวเครื่องไปเสียบเปลี่ยนเป็นหัววัดชนิดอื่นได้ เช่น วัดความหนาชั้นสี, วัดความเรียบพื้นผิว หรือวัดสภาพแวดล้อม


  • หน้าจอและระบบเชื่อมต่อ: หน้าจอสัมผัสสีขนาด 2.8 นิ้ว ทนแรงกระแทก เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนผ่าน USB, Wi-Fi หรือ Bluetooth


  • การจัดการข้อมูลด้วย PosiSoft: รองรับการดึงข้อมูลเพื่อสร้างรายงาน PDF แบบมืออาชีพและปรับแต่งรูปแบบรายงานได้ตามต้องการผ่านโปรแกรม PosiSoft




สรุป


การลงทุนในเครื่องมือวัดความเงาและเลือกมุมวัดที่เหมาะสม จะช่วยเปลี่ยนกระบวนการ QA/QC ของคุณให้แม่นยำยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่ช่วยลดอัตราการเกิดชิ้นงานเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพในสายการผลิต แต่ยังช่วยควบคุมมาตรฐานความเงาให้สม่ำเสมอในทุกชิ้นงาน เพื่อสร้างความพึงพอใจและความเชื่อมั่นสูงสุดให้กับลูกค้า


PosiTector® GLS (โพรบวัดความเงาของพื้นผิว)
รายละเอียดสินค้า


หากท่านสนใจในเครื่องทดสอบงาน QC/R&D หรือเคมีภัณฑ์ สามารถติดต่อได้ที่ H.J.Unkel (Thai) Limited

บริษัทฯ ยินดีอย่างยิ่งที่จะให้บริการทุกท่านด้วยความเชี่ยวชาญในสินค้าและงานบริการกว่า 45 ปี

Comments


bottom of page