Coatmaster Flex vs DeFelsko PosiTest PC - เครื่องวัดความหนาสีแบบไม่สัมผัส รุ่นไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

ในกระบวนการพ่นสีอุตสาหกรรม ทั้งสีผง (Powder Coating) และสีน้ำ/สีเปียก (Wet Paint) ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือ "การพ่นหนาเกินไป (Over-coating)" จนเปลืองวัตถุดิบ หรือ "พ่นบางเกินไป (Under-coating)" จนไม่ผ่านเกณฑ์ QC
การตรวจสอบความหนาตั้งแต่ตอนที่สียังไม่แห้ง หรือยังไม่ได้อบ (Uncured Coating) จึงเป็นหัวใจสำคัญในการลดของเสียและควบคุมต้นทุน เพราะหากพ่นสีไม่ถูกต้อง การมาตามแก้ไขหลังจากอบแห้งแล้วจะต้องเสียทั้งเวลาและแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก อีกทั้งยังอาจนำไปสู่การปนเปื้อนของชั้นฟิล์ม และอาจสร้างปัญหาด้านการยึดเกาะ และคุณสมบัติของสี ดังนั้น การวัดความหนาของชั้นฟิล์ม ก่อนทำการอบ จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานทราบและสามารถแก้ไขปรับแต่งได้ทันที
ปัจจุบัน เครื่องมือวัดความหนาสีแบบไม่สัมผัส (Non-Contact Coating Thickness Gauge) มี 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่ได้รับความนิยมสูง ได้แก่ Coatmaster Flex จากสวิตเซอร์แลนด์ และ DeFelsko PosiTest PC จากสหรัฐอเมริกา
บทความนี้ได้สรุปเปรียบเทียบข้อแตกต่าง เพื่อช่วยให้คุณเลือกลงทุนกับเครื่องมือวัดความหนาสีแบบไม่สัมผัส ได้อย่างเหมาะสมที่สุด
หลักการทำงานและเทคโนโลยี
1. Coatmaster Flex (เทคโนโลยี Advanced Thermal Optics - ATO)

Coatmaster Flex เป็นเครื่องมือนวัตกรรมสุดล้ำที่ใช้ "ความร้อนและอินฟราเรด" ในการประมวลผล โดยการยิงแสง Flash เพื่อส่งความร้อนสั้นๆ ระดับมิลลิวินาทีไปยังชั้นสี พื้นผิวของการเคลือบจะถูกทำให้ร้อนด้วยแสง (Light pulse) หลังจากการให้ความร้อนช่วงสั้นๆ เพียงไม่กี่องศา พื้นผิวจะเริ่มเย็นตัวลงจากการนำความร้อนลงสู่ชั้นที่ลึกลงไปของฟิล์มสีและวัสดุรองพื้น (Substrate) และถูกตรวจจับด้วยเซนเซอร์อินฟราเรด เพื่อคำนวณออกมาเป็นความหนาอย่างแม่นยำ
กระบวนการเย็นตัวลงที่พื้นผิวนี้ จะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางความร้อนของชั้นฟิล์มสีและวัสดุรองพื้น ยิ่งชั้นสีมีความหนาน้อยลงเท่าใด อุณหภูมิที่พื้นผิวจะยิ่งลดลงเร็วขึ้นเท่านั้น

โดยทั่วไป ชั้นเคลือบผิวจะมีลักษณะพื้นผิวที่ไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะ สีผงก่อนอบ (Uncured Powder Coating) ที่มีความขรุขระสูงกว่าปกติ แต่เทคโนโลยี coatmaster® Flex ก็ยังสามารถทำการวัดได้อย่างแม่นยำ
กลไกการชดเชยค่าอัตโนมัติ (ATO Compensation): เทคโนโลยี Advanced Thermal Optics (ATO) จะทำการชดเชยค่าความขรุขระที่ไม่แน่นอนเหล่านี้โดยอัตโนมัติ ผ่านกระบวนการ คำนวณหาค่าเฉลี่ยทางแสง (Optical Averaging Process) ส่งผลให้สามารถระบุความหนาของชั้นฟิล์มสีได้อย่างแม่นยำและน่าเชื่อถือ แม้ว่าพารามิเตอร์ของชิ้นงานหรือสภาพแวดล้อมจะมีการเปลี่ยนแปลงก็ตาม

ขั้นตอนการทำงาน
เคลือบชิ้นงาน
พ่นสีหรือเคลือบชิ้นงานตามกระบวนการปกติของคุณ — ไม่ว่าจะเป็นสีฝุ่น (Powder Coat), สีน้ำ (Wet Paint) หรือวิธีอื่นๆ
จุดเด่นสำคัญ: เครื่อง Coatmaster Flex สามารถวัดได้ครอบคลุมทุกสภาวะ ทั้ง สีผงก่อนอบ (Uncured Powder), สีเปียก/สีน้ำ (Wet Film) และ สีที่อบแห้งเรียบร้อยแล้ว (Cured Coating)
วัดค่า
ใช้เครื่อง coatmaster Flex วัดความหนาของชั้นสี/สารเคลือบได้ทันทีหลังการพ่น — โดยไม่ต้องสัมผัสชิ้นงานและวัดได้ตั้งแต่ก่อนนำไปอบแห้ง (Cure)
จุดเด่นสำคัญ: เครื่อง Coatmaster Flex สามารถวัดระยะห่างได้กว้างตั้งแต่ 2–15 ซม. และเอียงมุมวัดได้ถึง ±70° จึงตอบโจทย์ชิ้นงานที่มีรูปทรงซับซ้อน หรือชิ้นงานบนไลน์การผลิตที่มีการแกว่งไปมา และสามารถวัดพื้นที่เล็กสุดได้ถึง 2 ตารางมิลลิเมตร ที่ระยะห่าง 75 มิลลิเมตร
ปรับตั้งค่า
ปรับแต่งพารามิเตอร์ของระบบพ่นสีตามผลการวัดจริง เพื่อป้องกันความผิดพลาดและช่วยประหยัดวัตถุดิบ
อบแห้ง
อบชิ้นงานได้อย่างมั่นใจ ด้วยความแน่ใจว่าความหนาของชั้นสีอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด


2. DeFelsko PosiTest PC (เทคโนโลยี Non-Contact Ultrasound)

PosiTest PC เป็นเครื่องมือวัดที่ใช้ "คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasonic)" ยิงผ่านอากาศไปสะท้อนกับชั้นสีผง หน้าจอจะแสดงค่าความหนาคาดการณ์หลังอบ ซึ่งใกล้เคียงกับค่าที่ได้จากเครื่องวัดฟิล์มแห้งหลังออกจากตู้อบ ช่วยให้ปรับแก้ความหนาสีก่อนเข้าตู้อบได้อย่างแม่นยำ


ขั้นตอนการทำงาน
เคลือบชิ้นงาน
พ่นสีฝุ่น (Powder Coat) เคลือบชิ้นงานตามกระบวนการปกติของคุณ
จุดเด่นสำคัญ: เครื่อง PosiTest PC ออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อการวัดสีผงก่อนอบ (Uncured Powder) เท่านั้น
Zeroing
เมื่อเปิดใช้งานครั้งแรก ให้เซ็ตค่าศูนย์ด้วยแผ่นทดสอบที่ให้มา เครื่องก็พร้อมใช้งานทันที
วัดค่า
ใช้เครื่อง PosiTest PC วัดความหนาของชั้นสี/สารเคลือบได้ทันทีหลังการพ่น — โดยไม่ต้องสัมผัสชิ้นงานและวัดได้ตั้งแต่ก่อนนำไปอบแห้ง (Cure)
จุดเด่นสำคัญ: เครื่อง PosiTest PC ต้องรักษาระยะห่างจากชิ้นงานประมาณ 19 มม. (0.75 นิ้ว) และตั้งเครื่องในมุมตั้งฉาก กับพื้นผิวชิ้นงาน โดยหน้าจอจะแสดงเป้าหมายการวัด (Target Grid) ที่แสดงทั้ง ระยะห่างจากชิ้นงาน และ มุมการตั้งฉาก ไปพร้อมกัน ช่วยให้การวัดทำได้ง่ายดายยิ่งขึ้น และสามารถวัดพื้นที่เล็กสุดได้ถึง 2 ตารางมิลลิเมตร
อบแห้ง
อบชิ้นงานได้อย่างมั่นใจ ด้วยความแน่ใจว่าความหนาของชั้นสีอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด

ตารางเปรียบเทียบสเปก

สรุปข้อดี & ข้อจำกัดของการใช้งานจริง
CoatMaster Flex
ข้อดี:
- วัดความหนาได้ทั้งสีฝุ่น (ก่อน/หลังบ่ม) และสีน้ำ (ก่อน/หลังแห้ง) ในเครื่องเดียว
- สามารถวัดชิ้นงานแกว่งบนไลน์สายพานได้ดี เพราะระยะวัดไกล (2–15 ซม.) โอกาสชนชิ้นงานน้อย
- มีระบบ Cloud / Local Server สั่งการและส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์เข้าสายการผลิตโดยตรง
- วัดรวดเร็วและแม่นยำสูง: ใช้เวลาวัดเริ่มต้นเพียง 20 ms วัดจุดขนาดเล็กที่สุดได้ถึง 2 ตารางมิลลิเมตร สามารถวัดได้กับทุกเฉดสี และมีช่วงการวัดกว้างกว่า
ข้อจำกัด:
- ราคาสูงกว่า PosiTest PC
- น้ำหนักมากกว่า PosiTest PC
- ต้องอาศัยการเชื่อมต่อเครือข่าย/อินเทอร์เน็ตในการประมวลผลอัลกอริทึม
2. PosiTest PC
ข้อดี:
- ตัวเครื่อง Stand-alone ใช้งานง่าย
- ทนทานต่อสารเคมีและฝุ่นตามสไตล์ DeFelsko
- ดึงข้อมูลออกเป็นรายงาน PDF ผ่าน PosiSoft ได้สะดวก
- น้ำหนักเบาและใช้งานง่าย ตัวเครื่องหนักเพียง 180 กรัม จับถือสะดวกด้วยมือเดียว
ข้อจำกัด:
- วัดได้เฉพาะสีผงก่อนอบเท่านั้น (ไม่รองรับสีน้ำ/สีเปียก) และช่วงการวัดสั้นกว่า
- ต้องจ่อเครื่องใกล้งาน (~1.9 ซม.) และชิ้นงานไม่ควรแกว่งมาก
- ใช้เวลาการวัดช้ากว่า
สรุป
1. เลือก CoatMaster Flex : หากคุณคือ โรงงานขนาดกลาง–ใหญ่ ที่ต้องการเครื่องวัดอเนกประสงค์ วัดความหนาได้ทั้งสีฝุ่น (ก่อน/หลังบ่ม) และสีน้ำ (ก่อน/หลังแห้ง) ในเครื่องเดียว รองรับการวัดชิ้นงานรูปทรงซับซ้อน หรือต้องการระบบ Cloud / Local Server สั่งการและส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์เข้าสายการผลิตโดยตรง
2. เลือก DeFelsko PosiTest PC : หากคุณคือ โรงงานเน้นพ่นสีผง (Powder Coating) เป็นหลัก ที่ต้องการควบคุมความหนาสีก่อนอบให้อยู่ในสเปก (20–100 µm) ตามมาตรฐาน ASTM D7378 เพื่อลดการใช้สีเปลือง เน้นเครื่องทนทาน ใช้งานง่าย และงบประมาณเข้าถึงได้ง่าย
หากท่านสนใจในเครื่องทดสอบงาน QC/R&D หรือเคมีภัณฑ์ สามารถติดต่อได้ที่ H.J.Unkel (Thai) Limited
บริษัทฯ ยินดีอย่างยิ่งที่จะให้บริการทุกท่านด้วยความเชี่ยวชาญในสินค้าและงานบริการกว่า 45 ปี
.png)



Comments